The impact of climate change in Southern Africa

โลกร้อนเกิดจากการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ในอดีตมหาสมุทรและระบบนิเวศบนบกสามารถปรับตัวกับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นได้ แต่ปัจจุบันมนุษย์เป็นผู้ที่ทำให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศสูงขึ้น ตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม มนุษย์เผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงาน ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยสาเหตุคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมหาศาล และเป็นเหตุให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ความร่วมมือในระดับนานาชาตินั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ กองทุนสิ่งแวดล้อมโลกได้ให้เงินสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ จากการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโดยใช้แบบจำลอง พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกนั้นเพิ่มขึ้น 0.8 องศาเซลเซียส แต่อย่างไรก็ตาม ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกากลับมีอุณหภูมิสูงถึง 2 องศาเซลเซียส หรือคิดเป็นประมาณ 2 เท่าของอุณหภูมิมค่าเฉลี่ยโลก ดังนั้นแม้ว่าอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะประสบความสำเร็จในการควบคุมอุณหภูมิของโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส แต่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกานั้นก็อาจจะไปเชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นถึง 4 องศาเซลเซียส ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเกษตรกรรมและปศุสัตว์ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกข้าวโพด และมะเขือเทศ ซึ่งเป็นพืชอาหารหลักของทวีปแอฟริกาได้ นอกจากนี้ยังขาดแคลนน้ำสำหรับเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ การสนับสนุนและความช่วยเหลือจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกจะช่วยบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้

เผยแพร่โดย CSIRNewMedia

(www.youtube.com)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

1.       CSIRNewMedia, 2015, Ce5 – the Impact of Climate Change in Southern Africa, [online], Available: https://www.youtube.com/watch?v=Ygpd7btcxIg [5 February 2015].

Write a comment